ใจสุดอำมหิต วางยาพิษใส่แทงค์น้ำ หวังดื่มกินให้ตายยกครัว

ตำรวจเข้าตรวจสอบแทงค์น้ำบ้านหลังหนึ่ง หลังพบว่าดื่มกินเข้าไปแล้วมีอาการช็อก ตรวจพบถูกใส่ยาพิษเจือปนเข้ากับน้ำ คาดฝีมือเพื่อนบ้านที่ไม่พอใจ ไล่ไปดื่มเหล้าที่อื่น
พ.ต.ท.อำพร รักผะกา รอง ผกก.สภ.สวี ร.ต.อ.รณชัย กาญจนภักดิ์ พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งเหตุวางยาพิษในแทงค์น้ำดื่ม จาก นางสวรรค์ยา อายุ

35 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร อาชีพทำสวนเกษตรพร้อมด้วยกำลังตำรวจสายสืบ รุดที่บ้านที่เกิดเหตุอยู่บนภูเขาสูง ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ประมาณ 30 กิโลเมตร

ที่บ้านแพรกแห้ง หมู่ที่ 9 ต.วิสัยใต้ อ.สวี เป็นบ้านชั้นเดียวภายในสวนยางพารา นางสวรรค์ยา พาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่แทงค์น้ำหลังบ้าน ซึ่งวางเรียงรายอยู่ 3 แทงค์ พบว่าที่แทงค์น้ำตรงกลาง ซึ่งได้ต่อท่อประปาตรงเข้าไปยังภายในบ้าน เพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม เมื่อปีนขึ้นไปดูก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าน้ำในแทงค์ที่รองรับจากน้ำฝน ปกติจะเป็นน้ำใสแต่กลายเป็นน้ำสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับมีส่วนผสมของสารเคมีชนิดหนึ่งที่ใช้ฆ่าแมลงในสวนยางพารา

เจ้าหน้าที่จึงตักน้ำใส่ขวดเพื่อนำส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจชุมพรได้นำน้ำมาดมกลิ่น เมื่อยกดมได้สักพักหนึ่งก็จะรู้สึกแสบจมูกทันที นางสวรรค์ยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วงเย็นหลังจากพ่อแม่กินข้าวเย็นแล้วดื่มน้ำด้วยขันน้ำขนาดกลาง คนละ 1 ขัน เป็นน้ำจากโอ่งที่ต่อท่อมาจากแทงค์น้ำที่เก็บน้ำฝนหลังบ้าน

หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที มีอาการปวดแสบปวดร้อน ตั้งแต่ปาก ลำคอ ลำไส้ เริ่มมีอาการหายใจติดขัด นางสวรรค์ยา จึงรีบนำตัวพ่อแม่ขึ้นรถกระบะไปส่ง รพ.ชุมพร แพทย์ทำการล้างท้องช่วยชีวิต และ รอดูอาการ แพทย์บอกว่าคนทั้งคู่ได้รับสารพิษ ประเภทยาฆ่าแมลงเป็นจำนวนมาก

นางสวรรค์ยา จึงกลับไปตรวจสอบในแทงค์น้ำหลังบ้าน พบว่ามีสีขาวขุ่น กลิ่นเหม็นคล้ายมียาฆ่าแมลงผสมอยู่ ในช่วงเช้าวันนี้หลังจากพ่อแม่เริ่มมีอาการดีขึ้นเล็กน้อยได้เล่าว่าในช่วงเย็นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ได้ดุด่า เพื่อนบ้านที่เป็นสามีภรรยา ซึ่งมานั่งดื่มและเมาสุราหน้าบ้านว่าให้ไปดื่มที่อื่น

คนทั้งคู่ดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจ มองพ่อและแม่อย่างเครียดแค้น จนกระทั่งผ่านไปเพียงวันเดียว ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น คาดว่าคนทั้งคู่น่าจะเป็นผู้นำยาฆ่าแมลงมาใส่ในแทงค์น้ำ เนื่องจากในย่านดังกล่าวไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร

เบื้องต้นตำรวจจะได้รวบรวมสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นวัตถุพยานทั้งหมด รวมถึงน้ำจากในแท้งค์น้ำดื่มเพื่อไปตรวจสอบอย่างละเอียด และจะได้สอบปากคำ นางสวรรค์ยาและสามีอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอหมายค้นจากศาลเข้าไปค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ซึ่งห่างจากบ้านของผู้เสียหายไม่ไกลมากนัก

ส่วน 2 ตายายยังคงรักษาตัวใน รพ.ชุมพร ถึงแม้จะรอดจากพิษของสารพิษ แต่ จะต้องรอดูอาการว่าสารพิษส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น ลำไส้และกระเพาะอาหารจะยังสามารถย่อยอาหารได้ตามปกติหรือไม่ เนื่องจากสารพิษดังกล่าวอยู่ในประเภททำลายเซลล์ต่างๆ ที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรง ต่อเนื้อเยื่อของมนุษย์ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สนุกดอทคอม